Creditsheep Blog

ปัญหาบัตรเครดิตง่ายนิดเดียว www.CreditSheep.Wordpress.com

เรื่องเล่าของคนเคยเป็นหนี้

  มาแล้วครับหน้าใหม่ของ Credit Sheep Blog

    หน้าเรื่องเล่าของคนเคยเป็นหนี้นี้ผมต้องการให้ทุกๆท่านที่มีประสบการณ์ในด้านต่างๆหรือมุมมองที่สามารถที่จะเล่าให้คนทั่วไปได้รับรู้ และเพื่อที่จะใช้เป็นเครื่องสร้างกำลังใจในชีวิตต่อไป และไม่ยอมแพ้หรือท้อถอยต่อคำว่าหนี้

พวกเราจะคอยเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านและจะคอยอยู่ช่วยเหลือกันต่อไปนะครับ      ด้วยความขอบคุณ   /  Sheep

6 Responses to “เรื่องเล่าของคนเคยเป็นหนี้”

  1. sheepsleep said

    เอาล่ะครับคราวนี้ผมจะเล่าประสบการณ์ต่างๆที่ผมเคยเจอมาให้ทุกคนได้ฟังกันนะครับ อดีตลูกค้าผมหลายคนที่มียอดหนี้กับทางธนาคารสูงมาก วงเงินตั้งแต่ 100,000 จนถึง 10 ล้าน นะครับ พูดกันตรงๆว่าถ้าเป็นตัวผมคงเครียดมากแน่ๆ แต่หลังจากที่ผมได้คุยกับพวกคนเหล่านี้ ผมจึงต้องเปลี่ยนความคิดทันทีเลยครับผมว่าคนที่เครียดจะต้องเป็นทางธนาคารอย่างแน่นอน มีทนายความคนหนึ่ง ได้จงใจทำบัตรเครดิตของทุกธนาคารไว้รวมแล้ว 10 กว่าใบ และเค้าก็จงใจที่จะกดเงินออกจากบัตรทั้งหมดตามที่วงเงินแต่ละบัตรสามารถให้ได้และยังรวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลต่างๆ รวมแล้วก็รู้สึกว่ามากอยู่นะครับ จากการที่ธนาคารได้มีการตรวจสอบข้อมูลของคนๆนี้ ก็ได้ความว่า ลูกค้าคนนี้ได้นำเงินทั้งหมดไปซื้อสินทรัพย์ต่างๆ เช่น บ้าน,รถ และสิ่งอื่นๆอีก แต่ซื้อในนามของแฟนและของหลาน โดยที่แฟนนั้นไม่ได้แต่งงานหรือจดทะเบียนใดๆเลย พอถึงตอนที่ธนาคารฟ้อง ก็ได้พบว่าลูกค้าคนนั้นได้ตกงาน และไม่มีสิ่งใดที่สามารถยึดได้เลย ศาลจึงมีคำสั่งให้ลูกค้าเป็นบุคคลล้มระลาย แล้วจนถึงตอนนี้ทางธนาคารก็ไม่ได้อะไรคืนจากลูกค้าคนนี้เลยแม้แต่อย่างเดียว นี้น่ะครับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจริง และเท่าที่ผมเห็นทุกวันนี้คนๆนี้ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่เค้าก็มีความสุขดีและมีทุกอย่างครบแล้วในชีวิต โดยที่ไม่ต้องเสียเงินตัวเองเลย ไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมผมถึงเจอเค้าแต่ธนาคารหาตัวเค้าไม่เจอ ก็เพราะเค้าเป็นเพื่อนของผมเองครับ 555 ผมได้สร้างความคิดให้กับใครที่อ่านแล้วจะต้องทำตามนะครับ แต่แค่อยากให้รู้ว่าตามหลักกฎหมายแล้วมันมีช่องโหว่ให้เราได้ไขว่คว้าเสมอ และที่สำคัญไม่ว่าหนี้จะมากหรือน้อยก็ตามมันไม่ได้ทำให้ชีวิตเราจบสิ้นแค่วันนี้ ครับเรายังสามารถอยู่ต่อไปในโลกนี้ได้อย่างแน่นอนครับ
    แล้วคราวหน้าผมจะมาเล่าเรื่องอื่นๆให้ฟังกันอีกนะครับ / Sheep

  2. sheep said

    ครับวันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องลองลูกค้าผมอีกคนนึงนะครับ ลูกค้าผมคนนี้เค้าทำงานอยู่บริษัทหนึ่งอยู่แถวๆพระประแดงครับ ผมได้เคยนั่งคุยกับเธอ และเธอก็ได้เล่าเรื่องราวให้ผมฟังว่า ตัวเค้าเองเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ในอดีตเธอเคยมีสามีแต่ในปัจจุบันเลิกกันไปแล้ว เพราะสามีเธอเอาบัตรเครดิตของเธอไปใช้ในเรื่องที่ไม่สมควรมากมายจนเกิดหนี้ขึ้น แค่ธนาคารผมที่เดียวนี่ก็ 3 แสนแล้วครับ เธอจึงเข้ามาติดต่อทางธนาคารว่ามีทางไหนบ้างที่จะช่วยเหลือเธอได้ ผมก็เลยคิดยอดหนี้ของเธอทั้งหมด แล้วก็ลองทำส่วนลดต่างๆดู ปรากฎว่าได้ตัวเลขออกมา จาก 3 แสนเหลือแค่ 180,000 เองครับ แล้วยังแถมลดดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นให้เธอไปอีก สรุปแล้วยอดเงินที่เธอจะต้องจ่ายคืนธนาคารก็แค่ประมาณ 150,000 เท่านั้นเอง แต่ก็อย่างที่ทุกคนคิดแหละครับ 150,000 ยังไงมันก็มากโขอยู่ดี เธอจะไปหามาจ่ายในงวดเดียวได้ยังไง ผมจึงเสนอกับเธอไป ให้เธอแบ่งจ่ายเป็น 6 งวด งวดละ 25,000 แข็งใจหน่อย 6 เดือนก็หมดแล้ว แต่ขออย่างเดียวอย่าขาดส่ง ถ้าไม่ไหวก็ให้เข้ามาคุยกันอีกที เธอก็เลยตกลง หลังจากนั้นผมไม่รู้หลอกครับว่าเธอไปหาเงินมายังไง แต่สุดท้ายแล้วหนี้เธอก็หมด ผมก็เลยแสดงความยินดีกับเธอไป นี่แหละครับที่ผมเล่ามาก็แค่อยากจะบอกให้ทุกท่านเข้าใจว่าถ้ามีปัญหาอย่าไปกลัวธนาคารนะครับ เพราะถ้าเค้าอยากได้เงินคืนจากเราเค้าก็ต้องหาทางช่วยเหลือเราเป็นของธรรมดานะครับ แต่ยิ่งถ้าเราหนีความไม่สบายใจมันจะเกิดขึ้นกับตัวเราเองนะครับ / Sheep

  3. sheep said

    วันนี้ผมไปเจอเรื่องน่าสนใจมาเรื่องนึงครับเลยเอามาให้อ่านกันครับ
    เราทำผิดพลาดในชีวิตครั้งใหญ่ด้วยการเป็นหนี้บัตรเครดิต คือสาเหตุในการเป็นหนี้คือถูกที่บ้านกวนเงิน + กับเวลาเราเครียดเราก็เอาเงินไปซื้อของ อยากได้อะไร ก็คิดว่าไหว ซื้อๆๆ สุดท้ายเรามีหนี้บัตรเครดิต + สินเชื่อเงินสดเกือบ 2 แสน ตอนแรกเราก็หมุนอันนี้โปะอันนั้น เงินเดือนเราแค่ 2 หมื่นนิดๆ คิดดูนะคะ ขั้นต่ำต่อเดือนล่อไปเกือบหมื่นนิดๆ

    มีอยู่ช่วงโปะไปโปะมา เราก็ยังใช้ชีวิตเหมือนไม่มีหนี้ อยากได้อะไรก็ซื้อ ไม่คิดว่าหนี้เก่าไม่หมด ที่บ้านกวนก็ไปรูดมาเพิ่ม เงินหมุนไม่ทันเจ้าค่ะ…..

    สุดท้าย สินเชื่อเงินสด …. ทางเลือกสุดท้าย แต่มันคือนรกค่ะ กู้มาโปะบัตร + เอาเงินมาใช้อีก ไปๆ มาๆ หนี้จาก แค่แสนกลายเป็นเกือบ 2 แสน

    มาคำนวนตังค์จ่ายแต่ละเดือน ตายล่ะ เงินเดือนแค่ 20,000 นิดๆ ให้ที่บ้าน + ค่าหอพัก เหลือแค่ 10,000 นิดๆ ยังไม่พอ หนี้บัตร + สินเชื่อ ร่วมๆ หมื่น เหลือกิน 2 พันท้างเดือน

    ตายๆๆๆ เราจะเอาอะไรกินอ่ะ เราตายแน่ๆ โฮๆๆๆๆ ตอนนั้นเราเครียดมากเลยนะ เข้าใจเลยว่า คนจนตรอกเป็นไง แทบอยากตาย

    เราไม่รู้จะทำไง ไม่อยากกู้หนี้เพิ่ม ตอนนั้นเราตัดสินใจแล้วว่าเราต้องจบหนี้ตรงนี้ให้ได้ เราเกลียดตัวเองมาก ที่ทำพลาด ชีวิตต้องลำบากแบบนี้

    เราเปลี่ยนไปเลย ตัดสินใจประหยัดแบบเด็ดขาด อาหารก็ทำกินเองทุกมื้อ ได้แรงบันดาลใจมาจากรายการแข่งกินอยู่ 1 หมื่นเยนของญี่ปุ่นด้วย เราทำอาหารมากินที่ทำงานทุกวัน ประหยัดค่าอาหารได้เยอะ ตกเดือนละ 1 พัน ไม่กินข้าวนอกบ้านเลย งกมาก ขนมไรไม่กิน ไปไหนไม่ไกลเกินเดินๆๆๆ อย่างเดียว เชื่อไหมเราทำอาหารแบบประหยัดมากใส่เศษหมู เศษผัก แอบนั่งมองเพื่อนร่วมงานกินของเต็มโต๊ะ แต่ไม่กล้าแจม เพราะเราไม่ได้ทำมาให้ใครกิน โดนเหน็บแนมว่างก ไม่เคยซื้ออะไรหรือทำอะไรเผื่อใคร (ก็เราจนจะตายแล้วอ่ะ) เสื้อผ้าเก่าๆๆๆ ไม่ซื้อมาจนทุกวันนี้ เกือบปี กระโปรง 199 ใส่จนซีด ชายหลุด รองเท้าสึกส้นร่อนเป็นแผ่นๆ ทุกวันนี้ก็ไม่ซื้อ

    เรื่องความสวยงาม เมื่อก่อนเรารักใบหน้าเรามาก หาหมอสิวก็เยอะ เป็นสิวทนไม่ได้ ทำทรีตเมนต์ก็บ่อย นวดตัว ขัดผิว งดหมด ไปหาหมอเท่าที่จำเป็น ยอมรับนะว่าผิวก็หมองๆ ไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าหนี้บาน เมื่อก่อนนะไม่ยอม เท่าไรเท่ากัน

    สารพัดที่เราประหยัด.. จนคนที่เรียกว่างก มาเห็นเราจะหนาว ข้าวหุงครั้งเดียว กินเป็นอาทิตย์ แช่ตู้เย็นมาอุ่นเวฟที่บริษัทเพื่อไม่เปลืองไฟ ถ้าจะเล่นคอมก็ไม่เปิดทีวี เลือกอย่างเดียว เปลืองไฟ คิดดูเราอยู่หอค่าไฟแค่ 400 บาท ผ้าซักอาทิตย์ละครั้ง ยัดจนเต็มตู้ซักผ้า ต้องกินน้ำก๊อกก็ทน

    บางทีเราแอบร้องไห้ด้วย คืออยากกินอะไรดีๆ อยากเที่ยวก็ไม่ได้ แต่เรามานึก เราทำตัวเองนี่นา สมน้ำหน้า ต้องยอมรับความทรมาน

    ผ่านมา 6 เดือน สภาพการเงินเริ่มดีขึ้น พอจ่ายขั้นต่ำโดยไม่ต้องถอนนี้มาโปะอันนี้ เราได้โบนัสมา ไม่ใช้อะไรสักบาท โปะหนี้ทั้งหมด ทำให้หนี้ลดลงไปครึ่งนึง

    ทุกวันนี้เงินเดือน 2 หมื่นนิดเหมือนเดิม เหลือหนี้ที่ต้องผ่อนแค่เดือนละ 3,000 บาทอีก ปีครึ่ง – 2 ปี แต่เราตั้งใจจะโปะให้มันหมดภายในปีนี้ คือจะผ่อนจ่ายให้มากกว่า 3 พัน ถ้าไม่เกิดอะไรขึ้น ปีหน้า เราจะอยู่อย่างปลอดหนี้ 100 เปอร์เซ็น ทำให้ทุกวันนี้เรายังอดเหมือนเดิม ถือว่าแม้หนี้จะลดลงจนเราสบายขึ้น แต่ตราบใดที่ไม่หมดเหลือ 0 เราจะไม่หยุดการประหยัดแบบสุดๆๆ

    เชื่อไหม ที่ผ่านมาเราประหยัดจนเรียกว่า เคยควักเงินซื้อหูฟังซาวนด์เบาท์ไป 300 บาท + ค่าถ่านชาร์จ 200 เป็น 500 บาท เราร้องไห้ต่อหน้าแฟนเลยบอกว่าเงิน 500 มันเยอะจัง มีคุณค่าจัง เวลาเห็นมันจ่ายออกไป ใจหายเลย เพราะตลอดเวลาที่เราอด เราจ่ายแต่แบงค์ 20 กะแบงค์ร้อยตลอด 20 บาทยังคิดแล้วคิดอีกๆๆๆ

    เป็นบทเรียนราคาแพงมากๆๆ เราหมดสิ้นความอายแล้ว เพื่อนร่วมงานชอบถากถางว่างก เราทนได้ เพราะเพื่อปลดหนี้ ให้ทำอะไรที่สุจริตเราทำหมดไม่สนใจทั้งนั้น
    มีเพื่อนและคนรู้จักอีก 2 – 3 คนเป็นหนี้ประมาณเรา บางคนเงินเดือนก็มากกว่าเรา แต่เค้าก็ใช้ชีวิตเหมือนคนไม่เป็นหนี้ ไม่คิดจะประหยัด เค้าไม่ยอมลำบาก ก็หมุนๆ ไป ทุกวันนี้ หนี้พวกเค้าไม่ลดสักบาท เห็นมีแต่เพิ่ม แล้วก็ได้ยินมาบ่นๆ ว่า ทำไงดีๆ หมุนไม่ทัน แถมบางครั้งมายืมเราไปหมุนอีก หุหุ เราก็แนะๆ ไปว่าประหยัดสิ แต่ก็ไม่มีใครทำ….
    ตอนนี้ชีวิตเราเริ่มดีขึ้นได้งานที่ใหม่ เงินเดือนเพิ่ม แน่นอน หนี้ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนตลอดไป….
    นำมาจาก http://www.pantip.com/cafe/silom/topic/B5201751/B5201751.html

  4. sheep said

    5 นิสัยเสียๆ..ที่ทำให้คุณเป็นหนี้ท่วมหัว
    1.โอนหนี้บัตรเครดิตไปบัตรอื่น
    ฟังแล้วดูดี เป็นวิธีที่ถูกนะ แต่รู้ไหมว่านั่นเป็นการเปิดโอกาสให้คุณสร้างหนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว วงเงินที่ใช้ได้มันมากขึ้น มันมือขึ้นนะสิ

    ทางแก้: ถ้าคุณไม่มีวินัยในการใช้เงิน หรือยับยั้งใจตัวเองไว้ไม่ได้ที่จะรูดบัตร แนะนำว่าอย่าดีกว่า พยายามจ่ายหนี้ก้อนนี้ให้มากขึ้น หางานพิเศษทำเพิ่มจะดีกว่า และพยายามจ่ายทุกอย่างเป็นเงินสด
    2.”งบประมาณ” … ว้ายยี้!
    คนที่เกลียดคำนี้ขึ้นสมอง มักจะเป็นคนที่ไม่มีแผนการใช้เงิน แต่ถ้าคุณทำได้ คุณจะรู้ว่ารายจ่ายไหนที่คุณไม่น่าจ่ายไปเลยจริง ๆ

    ทางแก้: หาทางอุดรอยรั่วกระเป๋าเงินของคุณให้ได้ ทำการบันทึกการใช้จ่ายและแบ่งเงินใช้จ่ายในแต่ละอาทิตย์ แล้วใช้ให้พอ เริ่มทำที่ละนิด แล้วคุณจะรู้ว่าไม่ยากเกินไปหรอก
    3.ไม่เตรียมตัวสำหรับ “รายจ่ายฉุกเฉิน”
    ชีวิตเป็นสิ่งไม่แน่นอน จู่ๆ คุณอาจจะป่วยหนัก รถชน รถเสีย ตกงาน ถ้าเกิดขึ้นจริงคุณเตรียมตัวไว้แล้วหรือยัง

    ทางแก้: ควรมีเงินเตรียมไว้ประมาณ 3-6 เท่า ของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน แล้วเช็คว่าประกันสุขภาพ ประกันรถ ประกันีวิตของคุณยังไม่หมดอายุไปใช่ไหม
    4.เรื่องจ่ายบิลเป็นเรื่องสุดท้ายสำหรับคุณ
    เรื่องช้อปเป็นเรื่องใหญ่ จ่ายหนี้เรื่องเล็ก พอใกล้ๆ วันจ่ายหนี้ คุณก็ต้องหมุนเงินแทบหัวปั่น

    ทางแก้: จัดลำดับการใช้จ่ายซะใหม่ จ่ายในเรื่องการดำรงชีวิตก่อนอย่างอื่น เช่น ผ่อนบ้าน ซื้ออาหารเข้าบ้าน ค่าหมอ ค่าประกันชีวิต จากนั้นค่อยเป็นเรื่องผ่อนรถ แล้วก็เครดิตการ์ด ส่วนช้อปปิ้งเป็นเรื่องที่ไม่ต้องมีในรายจ่ายก็ว่าได้
    5.ซื้อทุกอย่างด้วยบัตรเครดิต
    ไม่เคยคิดควักเงินสดออกจากกระเป๋า อาจจะอยากได้ส่วนลดหรือสะสมแต้มเพิ่มขึ้น แต่ขอเตือนว่าอันตราย เพราะคุณไม่รู้สึกตัวเลยว่าจ่ายไปเท่าไร

    ทางแก้: จ่ายทุกอย่างด้วยเงินสด ถ้าจะใช้บัตรเครดิตจริง ๆ ให้จ่ายเต็มจำนวนทุกครั้ง
    นำมาจาก
    http://blog.eduzones.com/wanwan/15313

  5. sheep said

    วิธีแก้หนี้ง่ายๆนะครับ
    1. เอาหนี้แต่ละใบ ที่มีทั้งหมด มาเรียงกัน ตามลำดับจากยอดหนี้สูง ไปยอดหนี้ต่ำ
    2. ถ้ายอดหนี้ใกล้เคียง (ต่างกันไม่กี่พัน) เอาดอกเบี้ยสูงมาก่อน
    3. ประมาณตัวเลขของต้วคุณเอง ว่าเดือนนึง คุณต้องใช้จ่ายเท่าไร ให้อยู่ได้
    4. เอาเงินเดือนที่ได้ ลบด้วยค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่คิดไว้ในข้อ 3
    5. เหลือเท่าไร จ่ายขั้นต่ำทุกบัตร เว้นแต่บัตรที่ยอดหนี้สูงเป็นอันดับ 1
    6. เหลือหลังจากจ่ายขั้นต่ำใบอื่นๆ แล้วเท่าไร ให้โปะเข้าไปในบัตรที่ยอดหนี้สูงที่สุดให้หมด
    7. พยายามใช้แต่เงินสด หากจำเป็นจริงๆ ให้ใช้บัตรที่ยอดหนี้ต่ำสุด เอาบัตรที่ยอดหนี้สูงสุดออกจากกระเป๋าไปเลย เอาออกให้หมดทุกใบยิ่งดี..
    8. ทำอย่างนี้ไปจนกว่ายอดที่สูงที่สุดจะหมด แล้วค่อยจัดลำดับหนี้ที่ยังเหลืออยู่อีกรอบ อันไหนยอดหนี้สูงสุดในตอนนั้น เอามาเป็นอันดับต่อไปที่จะจัดการ

    ถ้ามีโอกาส โอนหนี้ให้ไปเป็น Personal Loan ก็ดีครับ.. เพราะมันจำกัดเวลาใช้

    แต่อย่าใช้พวก Quickcash หรือ Firstchoice เพราะดอกเบี้ยพวกนี้แพงกว่าเยอะ…
    บอกเดือนละ 1% แต่ถ้าคิดเป็นปี มันจะกลายเป็นประมาณ 23%

  6. คนดี said

    เป็นหนี้สินเชื่ออุโภคบริโภคหมดสัญญา 5ปี บ้าน และ o/d แบงก์ฟ้องยอดรวม ขึ้นศาลมา ให้การว่าไม่ขอสู้คดี ขอชำระหนี้ และไปไกล่เกลี่ย รอขั้นศาลอีกครั้ง แต่ตอนนี้ไกล่เกลี่ย ธนาคารแจ้งมาว่า ชำระดอกเบี้ย 8000 2 ปี และเมื่อทำสัญญาประนียอมความคิด15% ณ วันทำสัญญายอม หลังจากนั้นคิด ดอกเบี้ย 5.85 % เมื่อครบ 2 ปีแล้ว ยังสามารถไปคุย ว่าจะจ่ายอีกเท่าไหร่ แต่ยังข้องใจว่าครบ 2ปี ต้องจ่ายต้นพร้อมดอกเบี้ย 5.85 %และยังจะมีดอกเบี้ยแขวนอีก 15% ดิฉันก็ยังงง เขาบอกว่าให้ทำเอกสารรายได้
    ค่าใช้จ่ายไปแล้วเขาก็จะยื่นเสนอขอหัวหน้า ซึ่งได้ต่อทางวาจา ดิฉันจะต้องเร่มต้นยังไงดี ตอนขึ้นศาลครั้งแรกเขาบอกให้เอาไปจ่าย10%จากยอดฟ้องก่อนแต่ไม่มีจ่ายพอเข้าไปคุยเขาบอกว่าจ่าย 30000 บาทโดยซื้อแคชเชียเช็ค ถ้าไม่ผ่านเขาจะคืนให้ หน้ทั้งหมดที่ฟ้อง หนึงหล้านห้าแสน ขาดส่งมามีค.-สควันฟ้อง ตอนนี้ก็ พย.แล้ว ๘ เดือน ดิฉันอยากรู้ว่า จะปรับโครงสร้างหนี้ได้จริงไหม จะต้องทำอย่างไร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: