Creditsheep Blog

ปัญหาบัตรเครดิตง่ายนิดเดียว www.CreditSheep.Wordpress.com

ว่าด้วยเรื่องอายุความ 2 ปีมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

Posted by sheep บน มีนาคม 20, 2009

      ครับวันนี้เรามาต่อกันเลยนะ ผมพูดค้างไว้ถึงเรื่องที่ว่าภายในระยะเวลา 2 ปี ของอายุความของบัตรเครดิตต่างๆนั้นธนาคารได้กระทำสิ่งใดกับบัญชีการค้างชำระของเราบ้าง ผมจะค่อยๆอธิบายเป็นข้อๆนะครับ

       1. เมื่อเราเริ่มมียอดค้างชำระบัตรเครดิต ทางธนาคารจะทำการระงับบัตรนั้นไว้ชั่วคราว และให้เวลาเราจ่ายยอดคงค้างภายในเวลาประมาณ 1-3 เดือน

       2. ถ้าเราไม่ได้ชำระยอดค้างคืน ตามเวลาที่ธนาคารกำหนดบัตรจะถูกระงับบริการอย่างถาวร และทางธนาคารจะเริ่มมีเจ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สิน ติดต่อหาคุณเพื่อให้ชำระยอดคงค้าง และเพื่อคงสถานะบัญชีของคุณให้ไม่ตกไปยังข้อมูลฐานฟ้องคดี หรือพยายามนำเสนอให้คุณทำสัญญาประนอมหนี้ต่างๆ

       3. ทางธนาคารอาจจะส่งข้อมูลของคุณไปยังบริษัทต่างๆ เช่น บริษัทที่ให้บริการเร่งรัดหนี้สินในเครือของธนาคารนั้นๆ หรืออาจจะเป็น สำนักงานทนายความที่มีความสามารถในการจัดเก็บหนี้คืนและสามารถที่จะทำเรื่องดำเนินการฟ้องคดีได้

       4. ถ้าบัญชีของคุณถูกตีว่าเป็นบัญชีที่ไม่สามารถจัดเก็บหนี้คืนได้ ก็จะเริ่มมีการพิจารณาถึงการที่จะต้องส่งฟ้องก่อนที่อายุความบัญชีของคุณจะหมดลง ( ส่วนมากในช่วงนี้แหละครับที่จะมีคนที่พูดจาไม่ค่อยเข้าหูโทรมาหาคุณพยายามต่างๆนาๆที่จะเรียกร้องให้คุณจ่ายเงินต้นรวมถึงดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นให้จงได้ และอาจจะไม่คำนึงถึงกดระเบียบข้อบังคับใดๆ เพราะในช่วงนี้ทางธนาคารส่วนใหญ่จะตีว่าบัญชีของคุณกำลังจะเป็นหนี้ศูนย์ ดังนั้นถ้าใครที่สามารถจัดเก็บหนี้พวกนี้ได้ทางธนาคารเค้าก็จะจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้ในอัตราที่สูงกว่าปกติ )

       5. เมื่อถ้าเค้าเห็นว่าบัญชีของคุณไม่สามารถที่จะจัดเก็บหนี้คืนได้แน่ๆแล้ว รวมถึงไม่สามารถที่จะจับคุณมาทำสัญญาใหม่ได้ เค้าก็จะเริ่มทำการส่งฟ้องคุณทันที แต่ถ้าเค้าเห็นว่าบัญชีของคุณส่งฟ้องแล้วมันไม่คุ้ม เค้าก็จะชะลอการส่งฟ้องไว้ก่อน เพื่อรอให้บัตรอื่นๆของคุณตกลงมาอยู่ในส่วนที่สามารถที่จะทำการฟ้องได้ และทีนี้แหละครับ เค้าจะนำบัญชีทั้งหมดที่คุณมีอยู่ในธนาคารของเค้า จับนำมารวมกันแล้วสั่งฟ้องทีเดียวเลยล่ะครับ

       6. เมื่อศาลรับคำฟ้องเรียบร้อยแล้วก็จะมีขึ้นตอนต่างๆอีกมาก และกว่าจะถึงวันที่ศาลจะมีคำพิพากษาออกมาก็ใช้เวลาราวๆ 1 ถึง 2 ปีนะครับ

ที่ผมบอกว่าฟ้องแล้วไม่คุ้มนั้นหมายถึง การที่บัญชีของคุณนั้นมียอดคงค้างที่ต่ำ หรืออาจจะไม่สามารถหาตัวหรือที่มาที่ไปของคุณได้ ตัวอย่างเช่น ข้อมูลจากบริษัทหรือสำนักงานกฎหมายต่าง ถ้าบัญชีของคุณมียอดคงค้างอยู่ไม่ถึง 3 หมื่นบาท และที่อยู่ของคุณอยู่ในเขตุกรุงเทพปริมณฑล แบบนี้เค้าจะถือว่าฟ้องแล้วไม่คุ้ม อีกกรณีนะครับ ถ้าคุณอยู่ในต่างจังหวัดและบัญชีของคุณมียอดหนี้คงค้างไม่ถึง 4 หมื่นบาทเค้าก็จะถือว่าฟ้องแล้วไม่คุ้มเช่นเดียวกัน สาเหตุก็เพราะการที่จะฟ้องคดีแต่ละคดีนั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากพอสมควร ไหนจะค่าทนายค่าเอกสารต่างๆ และยังต้องดูอีกด้วยว่าคุณมีเปอร์เซ็นต์ที่จะจ่ายคืนตามคำฟ้องเค้าได้มั้ย เค้าไม่ได้ฟ้องส่งๆให้เสร็จเรื่องกันไปแค่นั้นนะครับ และการฟ้องแต่ละคดีค่อนข้างที่จะกินเวลานานบางสำนวนกว่าศาลจะมีการนัดสืบก็ใช้เวลากันเป็นปีๆ แต่จากที่ผมพูดมาทั้งหมดสุดท้ายแล้วเท่าที่ผมเห็นมาก็จะจบลงอยู่เพียงแค่ 3 แบบเท่านั้นครับ คือ

      1. ลูกหนี้กับทางธนาคารตกลงกันได้ตั้งแต่แรก และตกลงชดใช้หนี้คืนให้ธนาคารจดหมด

      2. ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ทำการตกลงกันหน้าศาล และยอมจ่ายเงินคืนธนาคารในจำนวนเงินที่ตกลงกันได้ แบบพอใจทั้ง 2 ฝ่าย

      3. ลูกหนี้ไม่ไปตามที่ศาลนัด ฝ่ายโจทย์จึงชนะคดีไปโดยบริยาย และก็จะเริ่มเป็นเรื่อง ศาลก็จะมีคำสั่งให้ลูกหนี้ชดใช้หนี้คืนให้กับทางฝ่ายธนาคารรวมถึงดอกเบี้ย ท่าเสียเวลา ค่าผิดนัดการชำระ ค่าทนายความ เอาเป็นว่าเยอะไปหมดน่ะครับ แล้วก็มีเวลาให้เราหาเงินมาชดใช้ประมาณ 1 เดือน ถ้าเราหามาไม่ได้ ก็จะเป็นเรื่องของการ สืบทรัพย์ และยึดทรัพย์ ขายทอดตลาดกันอีกต่อไปครับ

เอาละครับจากที่ผมพูดมาก็พูดมาจากประสบการณ์ในการทำงานและจากสิ่งที่เห็นมา ถ้ามีข้อมูลใดที่ผิดพลาดก็ต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยอะไร ก็สอบถามกันได้ที่ กระดานพูดคุยได้นะครับ / Sheep

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: